PDPA เป็น พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ในประเทศไทย ส่วน GDPR นั้น เป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ในฝั่งยุโรป ซึ่งกฎหมายทั้ง 2 แบบนี้มีข้อแตกต่างเล็กน้อยเกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูล
โดยเฉพาะในส่วนของ “การขอคัดค้านการตัดสินใจแทนแบบอัตโนมัติ” ถ้าเป็นของ PDPA จะไม่ได้มีการระบุรายละเอียดเอาไว้ แต่องค์กรต่าง ๆ สามารถระบุเพิ่มเติมใน Privacy Policy ตามกฎหมายได้เช่นกัน และยังมีข้อแตกต่างในส่วนที่ GDPR มีมาตรการการรักษาความปลอดภัยเฉพาะสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลที่จะนำมาใช้ รวมถึงการเข้ารหัสการรักษาความลับและการทดสอบระบบ ส่วนพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) นั้นมีข้อกำหนดที่น้อยกว่ามาก โดยจะมอบภาระหน้าที่โดยทั่วไปให้ผู้ควบคุมข้อมูลประมวลผลเพื่อดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัย PDPA จะทำการรวบรวมการใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลโดยองค์กรในรูปแบบที่คำนึงถึงสิทธิของบุคคล และความต้องการขององค์กรในการรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผู้มีเหตุผลจะพิจารณาความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ โดย GDPR บังคับใช้ตั้งแต่ 25 พฤษภาคม 2561 ส่วน PDPA จะบังคับใช้เต็มรูปแบบในวันที่ 1 มิถุนายน 2565
Website : https://www.pimlegal.com
Contact
Line Official : Pimlegal
Tel : 094-365-5697, 092-889-9046
Email : [email protected]
#Pimlegal #PimlegalThailand #Pimaccounting #Serviceagency #PDPA #GDPR #Business #businessthailand #foreignownership #PDPAconsulting #PersonalDataProtectiveAct #กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล #LegalCompliance #SocialMediaLaw #DigitalLaw

